การรับประทานอาหารสำหรับนักฟุตบอลเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากก่อนการแข่งขัน เพราะการแข่งขันฟุตบอล มีระยะเวลามากถึง 90 นาที หรือ 1 ชั่วโมง กับอีก 30 นาที ตามหลักการเผาผลาญพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกาย คือ ตั้งแต่ช่วงนาทีที่ 20-30 ที่มีการออกกำลังกายต่อเนื่อง ร่างกายจึงจะเผาผลาญพลังงานสะสมที่อยู่ภายในร่างกาย ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้มาจากอาหารที่พวกเรารับประทาน หรือสวาปามเข้าไปนั่นเองครับ แต่ปัญหาที่เพื่อนๆ หลายๆคนสงสัยคือ เราควรทานข้าวก่อนแข่งขันฟุตบอลกี่ชั่วโมง หรือ ระยะเวลาที่เหมาะสมที่ควรรับประทานอาหารก่อนแข่งฟุตบอลคือตอนไหน
เคยได้ยินคำกล่าวจากเหล่าบรรดานักฟุตบอลรุ่นพี่หลายๆคน ได้บอกเล่าต่อกันมาว่า " อดข้าว ดีกว่าอดนอน " อันนี้เป็นเรื่องจริงครับ การที่เรานอนหลับพักผ่อนในคืนก่อนการแข่งขันเพียง 2-3 ชั่วโมง หรือนอนหลับๆ ตื่นๆ เพราะความตื่นเต้น มีผลเสียอย่างมากยิ่งกว่า การอดข้าวในมื้อเช้า หรือมื้อเที่ยงก่อนการแข่งขันฟุตบอลเสียอีก เมื่ออดนอน จะเกิดภาวะสมองตึงเครียด ร่างกายขับสารพิษ จำพวกกรดแล็กติก ออกมามากผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้ไปวิ่งออกกำลังกายตอน ตี 1 ตี 2 แล้วหนำซ้ำบางคนอดนอน แล้วยังไม่ได้ทานข้าวก่อนแข่งบอลอีก ยิ่งเป็นปัญหาหนัก ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นแน่นอน นี่คือความสำคัญของการพักผ่อนให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารก่อนลงแข่งขันฟุตบอล

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลในระดับสโมสร เวลามาตรฐานในการ แข่งขันจะเริ่มต้นที่ 16.00 น. หรือ 18.00 น. ซึ่งแต่ละทีมก็จะมีโภชนากรจัดเมนูอาหารที่เหมาะสมสำหรับนักกีฬา และกำหนดช่วงเวลาในการรับประทานอาหารให้เป็นส่วนมาก แต่หากทีมใหนไม่มี ก็ไม่ยาก ผัดกระเพราไข่ดาว อาหารสิ้นคิด หรือก๋วยเตี๋ยว คือสิ่งที่นักฟุตบอลไทยสั่งกันได้สั่งกันดี ขอให้มีคนเริ่มสั่งก่อน ที่เหลือมีหน้าที่สั่งตาม...เหมือนกันครับๆๆๆๆ เขาเลยว่าอาหารสิ้นคิด เพราะไม่ค่อยคิดเลยก่อนสั่ง
แต่ตัวผมเป็นโรคจิตชนิดนึง.. ในวันที่มีการแข่งขันฟุตบอล เป็นตัวเงินตัวทองอะไรไม่ทราบ ไม่ค่อยอยากรับประทานอาหารซะอย่างนั้น ตื่นเต้น เพ้อฝัน จินตนาการฟุ้งซ่าน กระสับกระส่าย ... ถึงเวลาแข่งจริงก็เหนื่อยหน้าเหลืองหน้าซีด 555 แต่เป็นในช่วงวัยรุ่นนะครับ ช่วงนั้นมีแมตซ์แข่งบ่อย หุ่นนี้ดีอย่าบอกใคร เพราะมีการเบิร์น หรือดึงพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกายในรูปแบบของไขมันได้เยอะมาก... แต่แรงไม่ค่อยมีเพราะไม่ค่อยทานข้าว...
3-4 ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ในการรับประทานอาหาร...
เหตุผลแบบบ้านๆ ก็คือ เคี้ยวอาหาร อาหารลงสู่กระเพราะ ร่างกายดูดซึมพลังงาน กากอาหารสู่ลำไส้ ใหญ่ เล็ก ผมเห็นหลายๆ คนครับ แข่งบอล 13.00 น. แต่ดันมารับประทานอาหารตอน 12.30 น. ผมก็ถามว่าพี่ๆ ทำไมมากินข้าวเอาตอนนี้เล่า.. พี่เค้าตอบว่า " เดี๋ยวไม่มีแรง " ผมนี่คิดในใจ ไปเอาคำแนะนำมาจาก โค้ชเปตองหรือเปล่า นี่มันแข่งบอล แล้วก็ได้แต่นึกขำ
พอแข่งเอาเข้าจริงๆ พี่คนนี้ เกิดอาการจุกเสียด วิ่งไม่ค่อยไหว เนื่องจากในกระเพราะอาหารของพี่เขา ผัดกระเพราหมู ไข่ดาว กำลังคลุกเคล้า เกลือกกลิ้ง เข้ากันกำลังได้ที่ เพราะทานอาหารสิ้นคิดเสร็จ ก่อนแข่ง 15 นาที.. การทานอาหารก่อนแข่งแบบนี้ มีแรงครับ แต่ไปมีแรง หลังเค้าแข่งบอลกันเสร็จ ยิ่งเป็นอาหารมื้อเที่ยงด้วยเพื่อนเอ้ย ในช่วงกำลังย่อย เล่นบอลไปตาพริ้มไป ดูเหมือนอยากนอนมากว่า อยากเตะบอล
3-4 ชั่วโมงที่เรารับประทานอาหารย่อยง่ายเข้าไป กระบวนการลำเลียงอาหารก็จะสมบูรณ์ที่สุด เหลืออาหารในกระเพราะอาหารเราน้อยมาก และอาหารก็จะแปรเปลี่ยนไปในรูปแบบของพลังงาน ซึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอีกอย่างคือ อาหารที่รับประทานเข้าไปก่อนแข่งขัน ยกตัวอย่างเช่น ทานกล้วยน้ำหว้า ทานขนมปังโฮลสวีท ต้มเลือดหมู ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูสับน้ำใส ข้าวกล้อง ปลาทูน่า นมพร่องมันเนย .. ไอ้พวกอาหารหนักๆ เช่น ลาบข้าวเหนียว หมูกระทะ สเต็ก ไก่เคเอฟซี เอาไว้ทานหลังแข่งครับ ก่อนแข่งควรหลีกเลี่ยง เพราะย่อยยาก
สรุปก็คือ นักฟุตบอลควรทานอาหารก่อนแข่ง 3-4 ชั่วโมง ที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศ มีหลากหลายช่วงเวลา เช่นบอล 7 คน บางครั้ง เตะตั้งแต่เช้า ยันค่ำ บอล 11 คน เตะเอาตอน 13.00 น. ยิ่งจะส่งผลให้เราต้องได้รับพลังงานมากกว่าปกติ การดื่มน้ำในปริมาณมากๆ ในช่วงเช้า ถือว่าดี แต่อย่าไปดื่มมากๆ ก่อนแข่ง
หากมีหลายแมตซ์ เช่นบอล 7 คน มื้อเช้าควรทานอาหารย่อยง่ายและทำให้อิ่ม ... ส่วนระหว่างพักรอแข่ง กรณีใน 1 วัน ต้องแข่งบอล 2-3 นัด ก็มีอาหารย่อยง่ายเสริมเข้าไป เช่น กล้วยน้ำหว้า 1 ลูก ขนมปังทาแยม 2 แผ่น ทานระหว่างรอการแข่งขัน โดยกะเอาตามความเหมาะสมนะครับ
แต่อย่าทานไปแข่งไปละกัน... มันไม่ดี
รู้กันแล้วนะสำหรับ " เราควรรับประทานอาหารก่อนแข่งกันกี่ชั่วโมง " ขอให้โชคดีเป็นนักฟุตบอลอาชีพทุกคน
แสดงความคิดเห็น